ตลาดฟิวเจอร์สของบิตคอยน์เพิ่งประสบกับเหตุการณ์การลดเลเวอเรจอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มีการลดตำแหน่งเปิดลง 14% ซึ่งเป็นการรีเซ็ตที่สำคัญ
เนื่องจากตัวชี้วัดตำแหน่งเปิด (Open Interest) จะติดตามมูลค่ารวมของตำแหน่งฟิวเจอร์สของบิตคอยน์ที่เปิดอยู่ในทุกแพลตฟอร์มการซื้อขายอนุพันธ์ การเพิ่มขึ้นของตำแหน่งเปิดมักจะส่งสัญญาณว่าเลเวอเรจที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาด ในทางกลับกัน การลดลงของตำแหน่งเปิดหมายความว่าผู้ใช้ฟิวเจอร์สกำลังปิดตำแหน่งหรือลงจากการถูกบังคับให้ถูกยกเลิก ซึ่งทำให้ตลาดมีความเสถียรขึ้น บทความนี้จะสำรวจผลกระทบของการลดตำแหน่งเปิดของบิตคอยน์ล่าสุดและแนวโน้มในอดีตที่สามารถบ่งบอกถึงอนาคตของ BTC

ข้อมูลสำคัญ:
- ตำแหน่งเปิดของบิตคอยน์พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์: ในเดือนมกราคม ตำแหน่งเปิดของบิตคอยน์พุ่งขึ้นถึง 33.6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งตรงกับราคาสูงสุดตลอดกาลของ BTC การเพิ่มขึ้นของตำแหน่งเปิดมักจะทำให้เกิดความผันผวนสูง เนื่องจากอาจนำไปสู่เหตุการณ์การบังคับยกเลิกการซื้อขายที่เกิดขึ้นพร้อมกัน หรือที่เรียกกันว่า “Liquidation Squeeze” ซึ่งอาจทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
- เกิดการลดเลเวอเรจอย่างมาก: หลังจากที่บิตคอยน์แตะจุดสูงสุด ราคาของบิตคอยน์ลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งนำไปสู่การบังคับยกเลิกตำแหน่งยาว และส่งผลให้ราคาลดลงอย่างมาก เหตุการณ์นี้ช่วยลดเลเวอเรจในตลาด ซึ่งอาจทำให้การเคลื่อนไหวของราคามีความเสถียรมากขึ้นในอนาคต
- แนวโน้มในอดีตบ่งบอกถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต: รูปแบบในอดีตแสดงให้เห็นว่าเมื่อการเปิดตำแหน่งเพิ่มขึ้น ราคาของบิตคอยน์จะมีความผันผวนสูงขึ้น แต่เมื่อการเปิดตำแหน่งลดลง ตลาดมักจะมีความเสถียรมากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจเกิดการเสถียรภาพของราคาในระยะสั้น
Q&A
การลดลงของตำแหน่งเปิดในครั้งนี้แสดงถึงเหตุการณ์การลดเลเวอเรจอย่างมากที่ทำให้ผู้ลงทุนปิดตำแหน่งหรือลงจากการถูกยกเลิก ซึ่งอาจทำให้ความผันผวนในตลาดลดลงในระยะสั้น
การเพิ่มขึ้นของตำแหน่งเปิดมักจะทำให้เกิดความผันผวนสูง เนื่องจากสามารถตั้งต้นสำหรับการบังคับยกเลิกที่เกิดขึ้นพร้อมกันได้ เมื่อการลดตำแหน่งเปิดเกิดขึ้น ตลาดมักจะเสถียรขึ้น เนื่องจากมีเลเวอเรจน้อยลงที่ทำให้ราคาเปลี่ยนแปลง
จากเหตุการณ์ในอดีต พบว่าเมื่อมีการเพิ่มตำแหน่งเปิด ราคาของบิตคอยน์จะผันผวนมากขึ้น แต่การลดเลเวอเรจในครั้งนี้อาจช่วยให้ตำแหน่งที่มีเลเวอเรจสูงออกไปและทำให้ราคาเสถียรขึ้นในอนาคต